บทที่ 11 11
"ไม่ต้องมาทำเป็นแม่พระแสนดีแถวนี้ภรันยา ฉันไม่ได้มาเพื่อดื่มน้ำ ฉันมาเพื่อเตือนสติเธอ" นิชาก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้ ดวงตาเฉี่ยววาวโรจน์ด้วยความเกลียดชัง "เมื่อไหร่เธอจะเลิกหน้าด้านเกาะติดติณณ์สักที เธอไม่รู้ตัวหรือไงว่าติณณ์เขารังเกียจเธอจนแทบไม่อยากจะมองหน้า เขารักฉันและเรากำลังจะกลับมาคบกัน เธอเป็นแค่ส่วนเกินที่น่ารำคาญในชีวิตของเขา รีบๆ เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ได้แล้ว"
"เรื่องหย่า ฉันคงตัดสินใจเองไม่ได้หรอกค่ะคุณนิชา คุณนิชาต้องไปคุยกับคุณติณณ์และคุณปู่เอาเอง ถ้าระดับผู้ใหญ่ตกลงกันได้ ฉันก็พร้อมจะจรดปากกาเซ็นให้ทันทีโดยไม่มีข้อแม้ค่ะ" ภรันยาตอบอย่างมีเหตุผล น้ำเสียงของเธอยังคงนิ่งสนิทไม่มีอาการสั่นเครือเลยแม้แต่น้อย
ปฏิกิริยาเยือกเย็นและคำพูดที่เหมือนผลักภาระไปให้คนอื่นของภรันยาทำให้นิชาแทบคลั่ง เธอหวังจะเห็นความหึงหวง น้ำตา หรือการโต้เถียงอย่างสาดเสียเทเสียเพื่อที่เธอจะได้อัดเสียงไปฟ้องติณณภพ แต่ภรันยากลับนิ่งเฉยราวกับหุ่นยนต์ที่ไม่มีความรู้สึก
"อย่ามาอ้างคุณปู่ นังเด็กกาฝาก คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าเธอมันก็แค่ผู้หญิงหน้าเงินที่อยากจะฮุบสมบัติของตระกูลนี้ เธอตั้งใจใช้ความสงสารของคุณปู่มาเป็นสะพานเพื่อจับติณณ์ สันดานต่ำตมของครอบครัวเธอมันคงฝังรากลึกจนแก้ไม่หายสินะ ถึงได้ชอบแย่งของของคนอื่นแบบนี้"
คำด่าทอที่ลามปามไปถึงครอบครัวทำให้ประกายความเย็นชาในดวงตาของภรันยาวาบขึ้นมาแวบหนึ่ง มือเรียวกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอสามารถทนรับคำดูถูกเหยียดหยามทุกอย่างได้ แต่เธอจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องบุพการีที่ล่วงลับไปแล้วของเธอเด็ดขาด
"กรุณาระวังคำพูดด้วยค่ะคุณนิชา ฉันให้เกียรติคุณในฐานะแขก แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสิทธิ์มาดูหมิ่นครอบครัวของฉัน" ภรันยาเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ กลิ่นอายความกดดันบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างบางจนนิชาเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว "อีกอย่าง คนที่แย่งของคนอื่นน่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะ ในเมื่อตอนนี้สถานะทางกฎหมายและทางสังคม ฉันคือภรรยาที่ถูกต้องของคุณติณณภพ ส่วนคุณเป็นแค่อดีตที่เขาเคยรู้จัก การที่คุณเข้ามาวุ่นวายในบ้านของคนที่มีครอบครัวแล้ว สังคมเขาเรียกว่าอะไร คุณนิชาคงจะทราบดีนะคะ"
"นี่แกกล้าด่าฉันว่าเป็นเมียน้อยอย่างนั้นหรอ นังหน้าด้าน" นิชากรีดร้องเสียงแหลม ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เธอเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะฟาดลงบนแก้มเนียนของภรันยาให้หายแค้น
ทว่าภรันยากลับคว้าข้อมือของนิชาเอาไว้ได้อย่างรวดเร็วและบีบแน่นจนนิชานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ฉันไม่ได้ด่าค่ะ ฉันแค่พูดตามหลักความจริง และฉันขอเตือนว่าอย่าคิดจะใช้กำลังในบ้านหลังนี้ เพราะฉันจะไม่ยอมยืนนิ่งๆ ให้คุณตบฟรีๆ แน่" ภรันยาสะบัดข้อมือของนิชาออกอย่างแรงจนร่างระหงเซล้มลงไปกระแทกกับโต๊ะกระจก
จังหวะนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคันคุ้นเคยก็ดังแว่วเข้ามาจากทางหน้าบ้าน ตามด้วยเสียงเบรกที่ดังเอี๊ยดบ่งบอกถึงความเร่งรีบของคนขับ ติณณภพกลับมาแล้ว
นิชาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงรถ สมองอันชาญฉลาดในเรื่องร้ายกาจของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว โอกาสทองในการกำจัดเสี้ยนหนามมาถึงแล้ว เธอหันไปมองแก้วน้ำคริสตัลที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ภรันยาคาดไม่ถึง
เพล้ง
นิชาปัดแก้วคริสตัลใบนั้นตกลงพื้นจนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงนั่งบนกองเศษกระจก หยิบเศษแก้วชิ้นที่คมที่สุดขึ้นมาแล้วกรีดลงบนฝ่ามือและท้องแขนของตัวเองอย่างแรง เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาทันทีหยดลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวจนดูน่ากลัว
ภรันยายืนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงกับความบ้าคลั่งของผู้หญิงตรงหน้า เธอไม่เคยคิดเลยว่านิชาจะกล้าลงทุนทำร้ายตัวเองเพื่อใส่ร้ายเธอได้ถึงขนาดนี้
"กรี๊ดดดด โอ๊ยยย เจ็บ ช่วยด้วย ติณณ์คะช่วยนิชาด้วย" นิชากรีดร้องเสียงหลงพร้อมกับบีบน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ร่างกายสั่นเทาราวกับนกน้อยที่กำลังหวาดกลัวภัยอันตราย
เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งตึงตังเข้ามาในห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว ติณณภพในชุดตีกอล์ฟที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อพุ่งพรวดเข้ามา ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของนิชาที่นั่งจมกองเลือดอยู่บนพื้น โดยมีภรันยายืนค้ำศีรษะอยู่ไม่ไกล
"นิชา เกิดอะไรขึ้น" ติณณภพถลันเข้าไปประคองร่างของอดีตคนรักขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดเมื่อเห็นรอยแผลเหวอะหวะและเลือดที่ไหลไม่หยุด
"ติณณ์คะ นิชากลัว ฮือๆ นิชาแค่แวะมาเอาของที่ลืมไว้ แต่ภรันยาเขาโกรธที่เห็นนิชา เขาหาว่านิชามาอ่อยคุณ เขาตบนิชาแล้วก็ผลักนิชาล้มลงไปใส่แก้วที่แตก นิชาเจ็บไปหมดเลยค่ะติณณ์" นิชาสะอื้นฮัก ซบหน้าลงกับอกกว้างของติณณภพพร้อมกับใส่ไฟภรันยาอย่างหน้าไม่อาย
ติณณภพตวัดสายตาอันแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยไฟโทสะหันขวับมามองภรันยา แววตาของเขาในตอนนี้ราวกับมัจจุราชที่พร้อมจะฉีกกระชากร่างของเธอให้แหลกเป็นชิ้นๆ
